วัดมณีไพรสณฑ์
อยู่ในตลาดแม่สอดวัดนี้มีเจดีย์วิหารสัมพุทเธซึ่งมีลักษณะแปลกคือบนองค์เจดีย์มีเจดีย์เล็กๆล้อมรอบถึง 233องค์และมีพระพุทธรูปบรรจุ
อยู่ถึง 512,028องค์นอกจากนี้ภายในวัดยังมีโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200ปีที่บริเวณหน้าบันและหลังคามีลายไม้ฉลุสวยงามและบริเวณ
โดยรอบวัดมีซุ้มและศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆเช่นหลวงพ่อสังกัจจายพระพุทธรูปปูนปั้นปางพุทธไสยาสน์เป็นต้น
วัดชุมพลคีร
ตั้งอยู่ในตัวอำเภอแม่สอดเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 200ปีภายในประดิษฐานเจดีย์สร้างใหม่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากองของพม่าภายในโบสถ์
ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย ส่วนในวิหารเป็นที่เก็บกลองโบราณอายุกว่า 200 ปี
พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่
ตั้งอยู่เขตบ้านวังตะเคียนการเดินทางใช้เส้นทางเดียวกับคอกช้างเผือกผ่านหมู่บ้านท่าอาจและหมู่บ้านวังตะเคียนไปก็จะพบทางแยกขวามือ
ที่ศาลาพักร้อนมีป้ายบอกพระธาตุหินกิ่ว 3กม.พระธาตุหรือเจดีย์หินกิ่วเป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติคือก้อนหินมหึมาที่มีความสวยน่าทึ่ง
ตั้งอยู่บนชะง่อนผาเป็นหินที่กิ่วคอดเหมือนจะขาดออกจากกันบนหินนั้นมีเจดีย์ทรงมอญสร้างไว้มีขนาดพอดีกับหินนับเป็นสิ่งที่ปรากฏการณ์
จากธรรมชาติและศักดิ์สิทธิ์ชาวจังหวัดตากและใกล้เคียงหลั่งไหลมากราบไหว้เสมอเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกๆปีจะมีงานเทศกาลนมัสการ
พระธาตุหินกิ่ว ชาวบ้านจะเรียกหินมหัศจรรย์นี้ว่า เจดีย์หินพระอินทร์แขวน
วัดไทยวัฒนาราม
อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สอดประมาณ 3-4กิโลเมตรตามทางไปตลาดริมเมยวัดนี้แต่เดิมเรียกว่าวัดแม่ตาวเงี้ยวหรือวัดไทยใหญ่ตั้งอยู่หมู่ที่ 1
ต.ท่าสายลวดอ.แม่สอดจ.ตากเป็นวัดในพระพุทธศาสนานิการมหายานของชาวไทยใหญ่ประเพณีศิลปวัฒนธรรมพิธีกรรมต่างๆได้รับอิทธิพล
มาจากประเทศพม่าวัดนี้เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณพ.ศ. 2410โดยนายมุ้ง (เป็นชาวพม่ารัฐฉานที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่อ.แม่สอด)ซึ่งเป็น
ผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาวต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า “หมื่นอาจคำหาญ”และพวกเป็นผู้ริเริ่มในการก่อสร้างใช้ชื่อว่าวัดแม่ตาวเงี้ยว
หรือวัดไทยใหญ่จนถึงพ.ศ. 2500ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้วัดแม่ตาวเงี้ยวเป็นวัดพระพุทธศาสนาในสังกัดกรมศาสนา
และได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดไทยวัฒนารามในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามุนีซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระพุทธมหามุนีอันศักดิ์สิทธิ์
คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑเลย์ประเทศพม่านับเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจ.ตากศรัทธาเลื่อมใสกันมากนอกจากนี้มีพระพุทธรูป
ปูนปั้นปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ พระพุทธรูปหินอ่อน วิหารเจดีย์สีชมพู และศาลาการเปรียญลายไม้ฉลุรูปแบบพม่า
ตลาดริมเมย
เป็นชุมชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมยตรงข้ามกับอำเภอเมียวดีของสหภาพพม่าเป็นตลาดค้าขายสินค้าพื้นเมืองมากมายทั้งของไทยและพม่าเช่น
หน่อไม้แห้งปลาแห้งปลาหัวยุ่งเห็ดหอมถั่วเครื่องหนังผ้าซาตินฯลฯนอกจากนี้ยังเป็นตลาดการค้าอัญมณีเช่นหยกทับทิมและพลอยสี
จากพม่านักท่องเที่ยวชาวไทยที่ประสงค์จะข้ามไปยังประเทศพม่าจะต้องแลกเงินจ๊าดตรงด่านตรวจเพื่อเป็นค่าผ่านแดนและค่าเรือทั้งเที่ยวไป
และเที่ยวกลับทั้งนี้คนรับแลกเงินจะจัดเงินไว้เป็นชุดๆเพื่อความสะดวกเวลาที่เปิดให้ข้ามไปยังประเทศพม่าเปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-17.00น.
แม่น้ำเมย (พม่าเรียกแม่น้ำต่องยิน)
จากตัวอำเภอแม่สอดไปทางตะวันตกตามทางหลวงหมายเลข 105ประมาณ 6กิโลเมตรสุดเขตแดนไทยจะถึงแม่น้ำเมยซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย
กับพม่าแม่น้ำสายนี้ไหลขึ้นมิได้ไหลล่องเช่นแม่น้ำโดยทั่วไปแม่น้ำเมยมีต้นน้ำอยู่ที่ตำบลพบพระอำเภอแม่สอดแล้วไหลผ่านอำเภอแม่ระมาด
ท่าสองยางตลอดถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอนบรรจบกับแม่น้ำสาละวินแล้วไหลเข้าในเขตพม่าลงอ่าวมะตะบันน้ำในลำแม่น้ำเมยจะมีน้อยมากในฤดู
ร้อน
คอกช้างเผือก
ตั้งอยู่เขตบ้านท่าอาจต.ท่าสายลวดอ.แม่สอดการเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 105ก่อนถึงตลาดริมเมยประมาณ 1กม.เลี้ยวขวาผ่านหน้าวัด
ไทยวัฒนารามตามทางราดยางประมาณ 2กม.จะพบทางแยกซ้ายมือประมาณ 100เมตรจะพบโบราณสถานคอกช้างเผือกหรือเพนียดช้าง
ทำเป็นกำแพงก่อด้วยอิฐมอญมีความสูงประมาณ 1เมตรเศษกว้างประมาณ 25เมตรยาวประมาณ 80เมตรปากทางเข้าของเพนียดอยู่ติด
เชิงเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกกำแพงเพนียดที่ปิดกั้นคล้ายรูปขวดหมึกหันหลังให้กับแม่น้ำเมยด้านตะวันตก

ประวัติตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชพงศาวดารกล่าวว่ามะกะโท (คนเลี้ยงช้าง)เป็นชาวมอญ
ได้เข้ารับราชการเป็นขุนวังได้ลักพาตัวพระราชธิดาของพ่อขุนรามคำแหงหนีไปอยู่กรุงหงสาวดีต่อมาได้รับสถาปนาเป็นพระเจ้าแผ่นดินทรง
พระนามว่าพระเจ้าฟ้ารั่วเมืองตากเป็นชานเมืองของกรุงสุโขทัยได้มีช้างเผือกอาละวาดพ่อขุนรามคำแหงทรงทราบพระองค์ทรงประกอบ
พิธีเสี่ยงทายและทรงเสี่ยงสัตย์อธิษฐานว่าหากช้างเผือกเชือกนี้เป็นช้างคู่บุญบารมีกษัตริย์นครใดก็ขอให้บ่ายหน้าไปทางทิศนั้นสิ้นคำอธิษฐาน
ช้างเผือกเปล่งเสียงร้องกึกก้องพร้อมบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกพ่อขุนรามคำแหงทราบทันทีว่าเป็นช้างเผือกคู่บุญบารมีของพระเจ้าฟ้ารั่ว
จึงให้ทหารนำสาสน์ไปแจ้งว่าจะนำช้างมามอบให้ทหารที่ติดตามช้างเผือกมาจนถึงบริเวณเชิงเขาจึงนำเพนียดล้อมเอาไว้และได้ทำพิธีมอบช้าง
ให้กับพระเจ้าฟ้ารั่วณที่แห่งนี้
หน้าต่อไป
กลับหน้าแรก